สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) จัดงาน พิธีประกาศเกียรติคุณรางวัลสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ต่อเนื่องจากปี 2527 จนถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างพลังร่วมแก่ผู้ประกอบการสตรีทั้งด้านธุรกิจและวิชาชีพ ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ได้ตระหนักถึงการรับรู้ของสังคม และการเจริญขึ้นของเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากความมีส่วนร่วมของสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพทุกแห่งหน ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต เพื่อบรรลุปรัชญา “อนุรักษ์โลก” และสนับสนุนสตรีวัยก้าวหน้าให้มีความพร้อมเพื่อร่วมเป็น “พลังสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลง” ที่พึงประสงค์
ในงาน”พิธีประกาศเกียรติคุณรางวัลสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปี 2568” ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธี ซึ่งมี มาลีรัตน์ ปลื้มจิตชม ที่ปรึกษาสหพันธ์และ ประธานการจัดงานฯ พร้อมด้วย ปาลิดา คณานิจกิจไพบูลย์ นายก สธวท อุบลราชธานี, จวงจิรา สุริยวนากุล นายก สธวท ร้อยเอ็ด, วรรณเพ็ญ เกษมสันต์ ณ อยุธยา นายก สธวท ขอนแก่น, ณัฐนี ร่มไทรทอง นายก สธวท กาฬสินธุ์, ประยูร เหล่าสายเชื้อ นายก สธวท ยโสธร, เพ็ญปรียา ประสันนาการ นายก สธวท อุดรธานี, ลักขณา เมธนิธิกุล นายก สธวท มหาสารคาม และ ดร.สุดาพร วัฒโนดม นายก สธวท นครราชสีมา ผนึกกำลังจัดงาน โดยมี อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและครอบครัว, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน รองประธานสหพันธ์ฯ และประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี, อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ประธานรางวัลเกียรติคุณประเภทนักธุรกิจสตรีและนักวิชาชีพสตรีอนุรักษ์โลกตัวอย่างประจำปี 2568, Ms.Niamh Maree Collier-Smith Residence Representative, United Nations Development Program (UNDP) ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ เมื่อวันเสาร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า พิธีประกาศเกียรติคุณฯ เป็นพันธกิจหลักที่สหพันธ์ฯ จัดขึ้นทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชูบทบาทสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จ และมีคุณธรรม จริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม อีกทั้งเพื่อเป็นกำลังใจแก่สตรีนักธุรกิจและนักวิชาชีพที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนในระยะยาว และกระตุ้นการพัฒนาผลงานที่ดีอยู่แล้วให้ทวีคุณค่ายิ่งขึ้น สร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดที่จะทำให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานไปสู่ความสำเร็จที่กว้างขวางแก่กลุ่มสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น และพร้อมที่จะร่วมเป็นสมาชิกของ สสธวท ในจังหวัดต่างๆ ทั้ง 24 สมาคม

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในนามของสหพันธ์ฯ ขอขอบคุณคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) รวมทั้งภาคีภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมทำงานกับสหพันธ์ฯ มาโดยตลอด ความสำเร็จ ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ “คณะกรรมการจัดงาน” ต้องขอขอบคุณ คุณมาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม และคณะซึ่งสธวท อุบลราชธานีเป็นแม่งานหลักร่วมกับ สธวท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อว่าจะเป็นแบบอย่างแก่ สธวท ภาคอื่นๆ ในการจัดครั้งต่อไป ณ เวทีแห่งกำลังใจนี้ ขอแสดงความชื่นชมและยินดีกับผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณประจำปีนี้ทุกท่าน ขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน
สำหรับสตรีผู้ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเกียรติคุณ ประจำปี 2568 มีทั้งสิ้น 62 คน จากสาขาต่างๆ ได้แก่ นักธุรกิจสตรีตัวอย่างผู้ทรงคุณค่า ระดับภาค 5 คน ได้แก่ จวงจิรา สุริยวนากุล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง นักธุรกิจสตรีตัวอย่างระดับประเทศ 3 คน ได้แก่ พัชรภรณ์ ยิ้มแย้ม, นักธุรกิจสตรีตัวอย่างระดับจังหวัด 21 คน, นักวิชาชีพสตรีตัวอย่างประดับประเทศ 2 คน ได้แก่ นาวาอากาศเอก (พิเศษ) แพทย์หญิงจินตนา มโนรมย์ภัทรสาร, นักวิชาชีพสตรีตัวอย่างระดับจังหวัด 16 คน, นักธุรกิจสตรีดาวรุ่งตัวอย่างระดับภาค 4 คน, ได้รับทุนไปร่วมประชุม 1 คน, นักวิชาชีพสตรีดาวรุ่งตัวอย่างระดับภาค 4 คน , นักธุรกิจสตรีอนุรักษ์โลกตัวอย่าง 4 คน และ นักวิชาชีพสตรีอนุรักษ์โลกตัวอย่าง 2 คน
มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม ประธานดำเนินงานการจัดงานฯ กล่าว ทุกรางวัลล้วนคัดเลือกสตรีที่มีความสามารถ ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงทั้งในภาคธุรกิจและวิชาชีพจากภาครัฐและเอกชน เชื่อว่าจะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้แก่สตรีรุ่นใหม่ พัฒนาตัวเอง ยกระดับสถานภาพในการประกอบธุรกิจหรือในด้านการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพทันยุคสมัย ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ในการสร้างสรรค์ และพัฒนาผลงงานเพื่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศ
จวงจิรา สุริยวนากุล เจ้าของรางวัลนักธุรกิจสตรีตัวอย่างผู้ทรงคุณค่าระดับภาค ประจำปี 2568 ผู้ยึดมั่นการดำเนินชีวิตอยู่ในความคิดดีทำดี และถือปฏิบัติตามหลักคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง มีวินัย สุจริต จิตอาสา และความกตัญญู เธอและสามีร่วมกันก่อร่างสร้างตัวจากธุรกิจโรงสีข้าวที่จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเล็งเห็นถึงโอกาสเติบโตทางธุรกิจใหม่จึงขยายตัวสู่กิจการปั๊มน้ำมัน และธุรกิจร้านค้าวัสดุอุปกรณ์ จนประสบความสำเร็จ สามารถส่งไม้ต่อให้บุตรชายทั้ง 3 รับช่วงธุรกิจ ปัจจุบันนอกจากเป็นที่ปรึกษาให้ลูกๆ เธอยังแบ่งเวลาและกำลังทรัพย์ช่วยเหลืองานสังคมอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเจ้าของรางวัลนักธุรกิจสตรีตัวอย่างผู้ทรงคุณค่าระดับภาค ประจำปี 2568 เพ็ญพักตร์ ศรีทอง เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี เน้นการดำเนินกิจการควบคู่การพัฒนาท้องถิ่นและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ด้วยการจ้างแรงงานภายในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าทำงานในโครงการก่อสร้างต่างๆ ก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้เธอยังอุทิศตนเพื่องานสาธารณะอย่างต่อเนื่องและจริงจังอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวฝากถึงสตรีนักธุรกิจรุ่นใหม่ว่า แม้ว่าสตรีได้รับการยอมรับในสิทธิเสรีภาพและโอกาสทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองมากขึ้น แต่อย่าละทิ้งความเป็นกุลสตรี ควรยืดมั่นในขนมธรรมเนียมประเพณี รักษาความเป็นไทย มีความภาคภูมิใจในตัวเองและพร้อมขับเคลื่อนพัฒนาตนเองอย่างมีประสิทธิภาพเสมอ
นาวาอากาศเอก (พิเศษ) แพทย์หญิงจินตนา มโนรมย์ภัทรสาร เจ้าของรางวัล นักวิชาชีพสตรีตัวอย่างประดับประเทศ (กรุงเทพฯ) ประจำปี 2568 เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เมื่อปี 2538 เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกองบิน 46 เชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศขณะนั้น) เป็นเวลากว่า 20 ปี ต่อมาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รับหน้าที่หัวหน้าคณะแพทย์ปฏิบัติงานในเตนท์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ดูแลประชาชนที่เข้าถวายความเคารพพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ปัจจุบันนอกจากเปิดคลินิกรักษาคนไข้ ยังใช้วิชาความรู้และประสบการณ์เป็นวิทยากรสอนให้แก่ โดยไม่คิดมูลค่า
นักธุรกิจสตรีอนุรักษ์โลกตัวอย่าง ประจำปี 2568 นางสาวอัจฉราภรณ์ จึงรุ่งเรืองวัฒนา กรรมการบริษัท ไทยพลาสติกรีไซเคิล กรุ๊ป จำกัด ดำเนินการรีไซเคิลพลาสติกครบวงจร ให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่นและร้านค้าของเก่าทั่วประเทศ ด้วยหลักการไม่นำเข้าขยะจากต่างประเทศ แต่ใช้วัตถุดิบที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย นำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลตามมาตรฐานสากล ในปี 2567 ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 2 คนไทย เข้าร่วมโครงการ YSEALI Professional Fellows Program 2024 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้านการพัฒนาความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยนำความรู้และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม กลับมาเผยแพร่และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่อื่นๆ










