
Rachael Yamagata ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินอิสระ ผู้มีน้ำเสียงอันเป็นที่จดจำได้ทันทีและเปี่ยมด้วยอารมณ์อย่างจริงใจ เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงต้นทศวรรษ 2000 จากอัลบั้มแรก Happenstance ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก
ตลอด 20 ปีบนถนนสายดนตรี เธอสร้างฐานแฟนเพลงอันเหนียวแน่นด้วยความสามารถในการแต่งเพลงที่จริงใจและเล่าเรื่องดั่งภาพยนตร์ บวกกับการแสดงสดที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ เธอส่งอัลบั้มที่ได้รับความนิยม อย่าง Elephants…Teeth Sinking Into Heart, Chesapeake และ Tightrope Walker จากความโดดเด่นเรื่องการผสานความเปราะบางที่ทำให้เจ็บปวดเข้ากับอารมณ์ขันแบบเจ็บๆ และความเข้มแข็งที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด เธอได้ร่วมงานกับศิลปินหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Liz Phair (ลิซ แฟร์) , Toots and The Maytals (ทูทส์ แอนด์ เดอะ เมย์ทัลส์) , Ray LaMontagne (เรย์ ลามอนแทง) , Ryan Adams (ไรอัน อดัมส์) และ Bright Eyes (ไบรท์ อายส์)
ขณะเดียวกันเธอก็ก้าวเดินอย่างอิสระบนเส้นทางของตัวเอง โดยอยู่นอกเหนือจากระบบค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ตอนนี้ เธอกลับมาพร้อมผลงานที่ไม่เพียงมาจากสัญชาตญาณ แต่ยังผ่านการกลั่นกรองมาอย่างตั้งใจ Starlit Alchemy ไม่ใช่แค่การรวมซิงเกิลหรือรายชื่อเพลงที่สร้างโดยระบบแนะนำ แต่มันคือ “อัลบั้มที่ลึกซึ้ง” ซึ่ง Yamagata ต้องการสื่อว่า นี่คือผลงานที่ต้องตั้งใจฟังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบอัลบั้ม “ฉันรู้มาตลอดว่ามันจะเป็นอัลบั้มที่ต้องฟังต่อเนื่องจากเพลงหนึ่งไปสู่อีกเพลงหนึ่ง” เธอกล่าว

“เพลงเหล่านี้เริ่มต้นจากแรงผลักดันที่ฉันอยากถ่ายทอดในสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญและได้รับรู้มา ก่อนที่ภายหลังฉันจะตระหนักว่ามันเป็นเรื่องราวที่ร้อยเรียงกัน มันค่อยๆ กลายเป็นแผนที่ที่ฉันทำขึ้นหลังการเดินทาง ไม่ใช่ก่อนที่จะเริ่มเดินทาง เรื่องราวทั้งหมดอยู่ในนั้น”
เรื่องราวในอัลบั้มชุดนี้ – เป็นการสูญเสียสิ่งสำคัญและการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในระดับสากล – ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เธอได้ปรับโครงสร้างชีวิตและกล้าเสี่ยงทางความคิดสร้างสรรค์ “มันเริ่มต้นจากการเป็นอัลบั้มที่ถ่ายทอดความคิดแบบไหลลื่นตามจิตสำนึกและเดโมแรกที่ฉันทำเหมือนเพลงประกอบหนังสั้นที่เล่นต่อเนื่องโดยมีท่อนเชื่อมในแต่ละเพลง” และแม้เนื้อหาจะหนักหน่วงแต่ประสบการณ์ที่ได้รับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย Starlit Alchemy ไม่ได้เกี่ยวกับการหลีกหนีจากความเจ็บปวดแต่เพื่อก้าวผ่านและเติบโตไปพร้อมมัน
“มันคือการลงลึกถึงบาดแผลทางใจกับความงดงาม และความหวานอมขมกลืนของสองสิ่งที่ดำรงอยู่คู่กัน ความกลัว , การสูญเสีย , ความโศกเศร้าคือแกนหลักสำคัญ , แต่สิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเมื่อคุณดื่มด่ำกับประสบการณ์นั้นอย่างเต็มที่ มันจะเริ่มนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ความเข้มแข็งก่อตั้วขึ้นในช่วงเวลาที่ยอมจำนนและตัวตนในอดีตของคุณจะถูกสลัดทิ้งไป” แล้วแนวเพลงมันเป็นอย่างไร Yamagata จะตอบได้เพียงว่า “ลองนึกภาพ Tom Waits เป็น Willy Wonka และ Ricki Lee Jones เป็น Dorothy ในโลกของเสียงดนตรี โดยได้รับคำแนะนำจาก Hans Zimmer และ Joni Mitchell จากอัลบั้ม Both Sides now จะว่าไปฉันก็ไม่ได้เชี่ยวชาญในสิ่งเหล่านี้เท่าไร ขออภัยถ้าฟังดูเหมือนเสแสร้งไปบ้าง”









